|
ความเดิมตอนที่แล้วหลังจากที่เราได้ท่องเที่ยวไปยังสี่รัฐ California Nevada Utah และ Arizona ในทริปแรก ครั้งนี้ผมและเพื่อนๆ Com Sci จะออกไปทัวร์ชายฝั่งตะวันตกของรัฐ California เป็นเวลาเจ็ดวันกันครับ Second TripLos Angeles -> Lake Tahoe -> Sacramento -> San Francisco -> San Jose -> Montereyหลังจากที่ผมได้กลับมาพักที่อพาร์ทเมนท์ตัวเองใน Los Angeles เป็นเวลาหนึ่งคืน ผมก็ได้จัดกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางไปทริปที่สองทันที โดยทริปนี้จะเริ่มจากการมุ่งสู่ Lake Tahoe ที่อยู่เลย San Francisco ขึ้นไป แน่นอนว่าถ้ามาจาก Los Angeles จะต้องใช้เวลาขับรถเต็มๆหนึ่งวันตามถนน I-5 และต่อ 80 เพื่อไปถึง Lake Tahoe และที่ Lake Tahoe นี่เองเป็นที่ที่เราจะพักกันหนึ่งวันสองคืนเพื่อที่จะเล่น Snowboard จากนั้นเราก็จะไปแวะที่ Sacramento และย้อนกลับไปเที่ยว San Francisco เป็นเวลาสามวัน ก่อนที่จะขับตามเส้น 1 เรียบชายฝั่งทะเลไปพักที่ Monterey และกลับมายัง Los Angeles View Map 1st DayDec 28, 2007วันแรกของการเดินทางนั้นไม่มีอะไรมากนัก เพราะพวกเราจะต้องใช้เวลาในรถตั้งแต่เช้าจนค่ำ เราออกจาก Los Angeles กันประมาณเก้าโมง และมุ่งหน้าสู่ Lake Tahoe โดยขับไปตามถนน I-5 ซึ่งเป็นทางหลวงที่ขับง่าย จากนั้นเราจะต้องไปต่อถนน 80 ซึ่งเป็นถนนลัดเลาะภูเขา แต่กว่าเราจะไปถึงถนน 80 ก็มืดค่ำแล้ว แถมขับๆไปหิมะก็ดันตกซ่ะอีก ทำให้ขับลำบากมาก เลนบนถนนก็แทบจะมองไม่เห็น แต่ในที่สุดเราก็ไปถึง Lake Tahoe ด้วยความปลอดภัยจนได้ บ้านพักที่ Lake Tahoe ดูหรูหรามาก เพราะพวกเราเช่าคืนละ $1000 เชียว (เนื่องจากเป็นฤดูท่องเที่ยว และเราอาจจะจองที่พักช้าไปหน่อย) คืนนั้นก็เลยหลับสบายเตรียมตัวไปเล่น Snowboard ในวันรุ่งขึ้น 2nd DayDec 29, 2007วันนี้เป็นวันที่พวกเราหลายคนรอคอย เพราะเราจะไปเล่น Snowboard กันครับ บางคนมาทริปนี้เพื่อ Snowboard เลยทีเดียว ผมเองก็รู้สึกอยากเล่นอยู่ (เล็กน้อย) แต่ก็ถือว่าเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการ์ณใหม่ เราตื่นกันแต่เช้าเพื่อที่จะใช้เวลากับ Snowboard ได้เต็มที่ เริ่มแรกสุดพวกเราต้องเช่าอุปกรณ์ที่จะใช้เล่นเสียก่อน ตัวผมเองก่อนมาได้ซื้อเสื้อกับกางเกงไว้แล้ว อีกทั้งพวกหมวก แว่นกันแดด ผ้าพันคอก็มีเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นผมก็เหลือรองเท้า Snowboard กับเช่า Board นอกจากนั้นแล้วเรายังจะต้องซื้อตั๋วไว้สำหรับขึ้นลิฟต์ไปเล่นบนภูเขาอีกด้วย รวมๆแล้วเสียตังไป $90 นับว่าเป็นกีฬาที่แพงใช้ได้เลยทีเดียว Squaw Valley and Snowboarding
เมื่อเช่าอุปกรณ์เสร็จพวกเราก็มุ่งหน้าสู่ Squaw Valley ซึ่งเป็นสนามชื่อดังที่มีตราโอลิมปิกอยู่เต็มไปหมด แต่วันนี้อากาศไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่เลย เพราะว่าเมื่อมาถึงหิมะก็ตกซ่ะแล้ว พวกเรานั่งรถกระเช้าขึ้นไปยังสนามบนภูเขา นี่จะเป็นการเล่น Snowboard ของจริงซ่ะที สนามบนภูเขาปกคลุมด้วยหิมะไปทั่ว ดังนั้นเมื่อไหร่ที่วางบอร์ดราบลงกับพื้น มันก็จะไหลไปตามความลาดเอียงของเขาทันที อย่างแรกสุดที่พวกมือใหม่ต้องฝึกคือการยืนนิ่งๆอย่างไรไม่ให้บอร์ดไหลไปตามเขา บอร์ด Snowboard นั้นจะมีตัวล็อคกับรองเท้าของเราให้ติดเอาไว้ เริ่มแรกเลยเราก็ต้องเอาขาข้างนึงไปล็อคกับบอร์ดไว้ก่อน แต่เมื่อเรายืนอยู่บนบอร์ดปุ๊บ มันก็จะเริ่มไหล ดังนั้นเราต้องเอาขอบของ Snowboard จิกหิมะเอาไว้ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมากเพราะว่ายังมีขาอีกข้างยืนอยู่บนหิมะทำให้ไม่ไหลไปตามภูเขา แต่ถ้าจะเริ่มเล่นจริงแล้วเราจะต้องเอาขาทั้งสองข้างล็อคไว้บนบอร์ด ตอนนี้แหละถ้าหยุดไม่เป็นก็จะไหลไปตามบอร์ดแน่นอน ก็อย่าไปกลัวเพราะว่าคงไปได้ไม่เกินห้าเมตรแล้วต้องล้มอย่างแน่นอน ดังนั้นสถานการณ์แรกสุดก็จะเป็น พยายามหยุดบอร์ดให้นิ่ง เริ่มไหลช้าๆ ล้ม วนไปวนมาจนกว่าจะเป็น สนามแรกสุดที่พวกเราไปเล่นนั้นอยู่บนภูเขาสูง หิมะตกแรงจัดเลย ดังนั้นไม่นานพวกเราก็เริ่มยอมแพ้และกลับไปนั่งพักผ่อนในอาคาร ก่อนที่จะตัดสินใจลงไปเล่นในสนามที่ตีนเขาเพราะหิมะคงเบากว่า ระหว่างที่นั่งกระเช้าลงมา ก็มีการสนทนากันว่าจะฝึกเล่นอย่างไรดี ซึ่งจังหวะนี้แหละที่ผมได้เรียนรู้ว่า การเริ่มเล่น Snowboard นั้นจริงๆแล้วต้องเริ่มจากการฝึกควบคุมความเร็วของบอร์ดไม่ให้เร็วมากเกินไป เพราะถ้ามันเร็วเกินเราก็จะล้ม ดังนั้นเราจะต้องพยายามเบรคความเร็วของบอร์ดเป็นระยะๆ และท่าที่เบสิกที่สุดสำหรับคนเริ่มเล่นคือ ท่าใบไม้ร่วง ที่จะต้องควบคุมบอร์ดให้ไหลคล้ายกับใบไม้ที่ร่วงลงมาคือไหลไปทางซ้ายที ไปทางขวาที ดังนั้นเมื่อผมลงมาถึงสนามด้านล่างที่หิมะตกแรงน้อยกว่าหน่อย ผมก็เริ่มฝึกท่านี้ทันที จนในที่สุดผมก็เริ่มจับจังหวะของบอร์ดออก และสามารถเล่นท่าใบไม้ล่วงได้สำเร็จ สำหรับผมแล้ว Snowboard เพิ่งจะเริ่มสนุกก็ตอนนี้นี่เอง แต่ว่าก็หมดเวลาเล่นพอดีเพราะสนามใกล้ปิดซ่ะแล้ว คืนวันนั้นด้วยความเหนื่อยอ่อน เพราะใช้พลังมหาศาลไปกับการเล่น Snowboard ผมก็หลับเป็นตายเตรียมออกเดินทางไป San Francisco พรุ่งนี้ 3rd DayDec 30, 2007วันที่สามของทริป พวกเราจาก Lake Tahoe มุ่งหน้าเข้าสู่ San Francisco โดยเราจะมีโอกาสได้แวะเมือง Sacramento ที่ผู้ว่ารัฐ California คนปัจจุบันหรือ Arnold Schwarzenegger ทำงานอยู่ แต่ก่อนจะออกจาก Lake Tahoe เราก็ต้องแวะถ่ายรูปและชื่นชมความงามริมทะเลสาบกันหน่อย Lake Tahoe and Sacramentoเราไปถึง Lake Tahoe เวลาประมาณเที่ยงๆ ทะเลสาบ Lake Tahoe ถูกล้อมรอบไปดูภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ดังนั้นสีของทะเลสาบตัดกับภูเขาที่แซมด้วยสีขาวก็เป็นภาพที่น่าประทับใจไม่น้อย เราแวะถ่ายรูปกันพักใหญ่ก่อนที่จะเดินทางไปยัง Sacramento ต่อไป ณ Sacramento พวกเรากะว่าจะแวะไปเยี่ยมชมที่ทำงานของ Arnold แต่ปรากฎว่าเมื่อเราไปถึงก็ดึกเลยเวลาที่จะให้เข้าชมไปซ่ะแล้ว ดังนั้นเราจึงได้แค่ถ่ายรูปอยู่ด้านหน้าของตึก ก่อนที่จะมุ่งหน้าเข้าที่พักที่ San Francisco 4th DayDec 31, 2007วันที่ 31 ธันวาคม วันสิ้นปี 2007 แน่นอนว่าพวกเราเตรียมตัวมา countdown ที่ San Francisco นี่เอง ดังนั้นแผนเที่ยววันนี้ก็คือเราจะเที่ยวกันในเมือง San Francisco และเตรียมตัวที่จะออกไปนับถอยหลังข้ามปีที่ Pier Golden Gate and Fishermans Wharfเราเริ่มต้นทัวร์เมือง San Francisco ที่ Golden Gate Bridge อันเป็นสะพานที่โด่งดังประจำเมืองแห่งนี้ จากชื่อของสะพานผมว่าถ้าคนที่ยังไม่เคยเห็นต้องจิตนาการว่ามันเป็นสีทองไม่ก็สีเหลืองๆหน่อยแน่นอน แต่ที่จริงแล้ว Golden Gate นั้นเป็นสีน้ำตาลแดง ชื่อเสียงของ Golden Gate โด่งดังเนื่องมาจากในสมัยก่อน Golden Gate เป็นสะพานที่มีความยาวระหว่างเสาสองต้นมากที่สุด เรียกว่าจากเสาต้นหนึ่งแล้วตัวสะพานยื่นไปในทะเลมากที่สุดก่อนที่จะไปถึงเสาอีกต้นนั่นเอง ความทันสมัยทางด้านวิศวกรรมในการก่อสร้าง Golden Gate ในสมัยนั้นทำให้ Golden Gate กลายเป็นสัญลักษณ์ของ San Francisco ไปเลยทีเดียว เราแวะถ่ายรูปกันพักใหญ่ที่ Golden Gate โดยที่มีจุดที่น่าสนใจสามจุด จุดแรกเป็นจุดชมวิวฝั่ง San Francisco ก่อนที่เราจะข้ามสะพาน ซึ่งจะได้เห็น Golden Gate จากมุมล่าง จุดที่สองเป็นปลายสะพานเมื่อข้ามสะพานไปแล้ว และจุดสุดท้ายเป็นบนเนินเขาที่จะเห็น Golden Gate ชัดที่สุดจากมุมสูง 
เมื่อถ่ายรูปจนหน่ำใจพวกเราก็ย้อนกลับไปยัง Fishermans Wharf ในเมือง San Francisco เนื่องด้วยเป็นเวลาเที่ยงพอดีๆเราเลยไปแวะทานอาหารที่ร้าน Boudin อันเป็นร้านเก่าแก่ชื่อดังในเรื่องขนมปัง หน้าร้านมีการจัดแสดงการปั้นขนมปังเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปเต่า รูปจระเข้ ฯลฯ ผสมกับเมื่อมาถึง Fishermans Wharf แล้วนักท่องเที่ยวก็ต้องสั่งอาหารทะเลเป็นธรรมดา ดังนั้นเมนูจึงออกมาเป็น ซุบหอยบนขนมปัง ซึ่งตัวซุบก็อร่อยดีแต่ว่าขนมปังนี่สิรู้สึกแย่ๆยังไงไม่ทราบ สรุปแล้วก็เลยไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ หลังจากท้องอิ่มก็เป็นเวลาเดินย่อยอาหารตาม Pier ต่างๆ แน่นอนว่าเราต้องไม่พลาด Pier 39 อันเป็นแหล่งช๊อปปิ้งอันชื่อเสียงใน San Francisco แน่นอน ตอนนี้ก็เลยได้เวลาเดินชิลๆกินบรรยากาศวันสิ้นปี ซึ่งมันก็ไม่มีอะไรมากนักแต่สำหรับตัวผมแล้ว ก็เป็นบรรยากาศที่น่าประทับใจไม่น้อยเพราะว่าได้เห็นนักท่องเที่ยวทั้งหลาย ต่างคนก็ต่างพากันมาพักผ่อนกันที่สถานที่แห่งนี้ บ้างก็เดินเลือกซื้อของฝาก บ้างก็ต่อคิวซื้อตั๋วเพื่อขึ้นเรือไปชมคุก Alcatraz บ้างก็ยืนล้อมวงชม Street Performance ส่วนตัวผมเองถึงจะไม่ได้ตั้งใจซื้อของฝากอะไร ก็ได้แต่เดินเก็บภาพบรรยากาศทั่วๆไปเท่านั้น 
ในเมื่อมาเดินเล่นอยู่ที่ Fishermans Wharf ทั้งที พวกเพื่อนๆผมก็เลยไม่พลาดที่จะชิมปู อันเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่ พวกเราสามารถหาปูกินกันได้ง่ายๆจากร้านข้างทางริม Pier เพียงแต่ว่าราคามันแพงเสียเหลือเกิน ปูตัวหนึ่งราคา $30 ได้ ด้วยความที่ผมก็ไม่ได้ชอบกินปูเท่าไหร่ บวกกับเมื่อได้ยินราคาแล้วก็กินไม่ลงเลยทีเดียว ได้แต่สอบถามเพื่อนบางคนที่ซื้อมากิน พวกเค้าก็บอกว่าเนื้อหวานจับใจ ดูท่าจะอร่อยจริงๆ ใกล้จะถึงเวลาที่เราจะไปนับถอยหลังข้ามปีกันแล้ว ปีนี้จะมีการจุดพลุที่ Pier 3 ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีคนมหาศาลไปที่นั่นแน่นอน พวกเราโดนขู่ตั้งแต่เนิ่นๆว่าเราจะต้องจอดรถทิ้งไว้ที่โรงแรมและนั่งรถไฟเข้าไปเท่านั้น เพราะว่าตอนใกล้สิ้นปีที่จอดรถแถวนั้นจะแน่นขนัดอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามด้วยความมุมานะในการวนหาที่จอดของพวกเรา ทำให้เราไปหาที่จอดแถวนั้นได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ก็ต้องนอนรอคอยเวลาเที่ยงคืนอยู่ในรถเป็นเวลาสองชั่วโมงได้ ห้าทุ่มกว่าๆก่อนขึ้นปีใหม่ เราเริ่มเดินไปยัง Pier 3 แน่นอนว่าพวกเราไม่มีทางพลาด Pier 3 ไปได้เนื่องจาก ผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลไปยังที่แห่งนั้น บรรยากาศรอบตัวครึกครื้นมาก มีเสียงไชโยโห่ร้องเมื่อเวลาเข้าใกล้เที่ยงคืนทุกห้านาที ในที่สุดเราก็เดินไปจนถึง Pier 3 จนได้ เนื่องด้วยผู้คนจำนวนมากอยู่แถวนั้นทำให้การที่จะได้ยืนตำแหน่งดีๆนั้นเป็นไปได้ยาก ตำแหน่งของผมเองถึงแม้จะอยู่ด้านหน้าเกือบสุดแต่ก็ดันมีต้นไม้ขึ้นบังวิวทิวทัศน์ซ่ะนี่ แต่เราก็ขยับไปไหนไม่ได้แล้ว การแสดงพลุเริ่มต้นตอนเที่ยงคืนพอดี พร้อมกับเสียงไชโยโห่ร้อง และเสียง Happy New Year 2008 ดังไปทั่ว เพื่อนผมเปิดแชมเปญฉลองตอนขึ้นปีใหม่พอดี ก็เป็นบรรยากาศการฉลองปีใหม่ที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว น่าเสียดายที่ทำไมตรงจุดนี้ไม่มีการ countdown เมื่อถึงสิบวินาทีสุดท้ายก็ไม่รู้ ทำให้ช่วงเวลานั้นผ่านไปแบบยังไม่ทันตั้งตัวดี การแสดงพลุยังคงดำเนินต่อไปกว่า 20 นาที ก่อนที่จะมีขบวนพาเรดเล็กๆผ่านไป และแล้วการฉลองขึ้นปีใหม่ที่ Pier 3 ก็จบลง ฝูงชนจำนวนมากก็เริ่มหลั่งไหลออกจากที่แห่งนั้น พวกเราเองก็ต่างเหนื่อยอ่อน เตรียมตัวกลับโรงแรมเพื่อที่จะพักเอาแรงไว้ลุยต่อวันรุ่งขึ้น 5th DayJan 1, 2008ในวันขึ้นปีใหม่ประจำปี 2008 พวกเราต่างตื่นสายด้วยความเหนื่อยอ่อนจากเมื่อคืน วันนี้ที่จริงแล้ววางแผนที่จะไปเที่ยวหลายที่ แต่เนื่องด้วยเป็นวันหยุด ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวหลายๆแห่งปิด เลยเหลือแค่แวะเยี่ยมชมมหาลัย Berkeley กับ Stanford ที่ถึงแม้จะปิดแต่ก็ยังเข้าไปเดินชมได้ Berkeley and Stanfordเราเดินทางขึ้นไปทางเหนือไม่ไกลนักจากตัวเมือง San Francisco เพื่อไปยัง Berkeley พวกเราได้ไปเดินชมมหาลัยและถ่ายรูปตามจุดต่างๆมาไม่น้อยเลยทีเดียว แต่สำหรับผมแล้วตึกและอาคารเรียนใน Berkeley ดูเก่าๆและมีสีสันไม่สวยงามเท่าไหร่เลย คงเป็นเพราะความเก่าแก่ของมหาลัยบวกกับการที่เป็นมหาลัยของรัฐนั่นเอง จากนั้นเราก็มาแวะเยี่ยมชม Stanford ที่อยู่ทางด้านใต้ของ San Francisco เนื่องจาก Stanford เป็น Private University ภาพที่เห็นเลยแตกต่างจาก Berkeley ลิบลับ ผมรู้สึกว่า Stanford เป็นมหาลัยที่สวยมากเลยทีเดียว ณ จุดที่พวกเราไปจอดรถจะเป็นสนามหญ้ากว้างใหญ่ที่มีลาดดินปลูกดอกไม้ตรงกลาง มองไปด้านนึงจะเห็นตึกของ Stanford เรียงรายกันอยู่ หลายๆคนมาพักผ่อนและออกกำลังกายที่สนามแห่งนี้ เราถ่ายรูปกัน ณ จุดนี้พักนึงก่อนที่จะเดินทัวร์มหาลัย อาคารในมหาลัยสีน้ำตาลอ่อนๆงดงามมาก ลวดลายต่างๆที่วาดประดับตัวอาคารก็ดูสวยงามยิ่งนัก นอกมากนี้แล้วเรายังได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยมชมตึก Engineering ของ Stanford อีกด้วย จากนั้นเราก็เดินทางกลับไปที่พักที่ San Francisco คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายก่อนที่จะอำลาเมืองนี้เพื่อขับรถตามริมชายฝั่งไปยัง Monterey แล้วกลับ Los Angeles 6th DayJan 2, 2008วันที่ 2 มกราคม เป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ในเมือง San Francisco ซึ่งก็ยังพอมีเวลาอยู่บ้างให้เราได้เดินช๊อปปิ้งใน Downtown ฉลองปีใหม่ Downtown and San Joseเราเริ่มเดินทัวร์ Downtown ที่ Union Square ซึ่งเป็นแหล่งช๊อปปิ้งที่เต็มไปด้วยห้างและร้านค้าแบรนเนมต่างๆ เช่น Gap Abercrombie ฯลฯ ผมเองซึ่งไม่ได้ตั้งใจที่จะซื้ออะไรก็ขอเดินเล่นถ่ายรูปตามแบบของผมเองดีกว่า สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือรถรางที่ขึ้นชื่อในเมือง San Francisco นี่เอง คนที่นี่เรียกมันว่า Muni และที่ปลายสถานีของรถรางสายหนึ่งใน Downtown นี้เอง ผมก็ได้พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่อยากขึ้นรถรางนี้สักครั้ง ทำให้แถวขึ้นรถรางที่บรรจุคนได้ไม่มากนักยาวเหยียดเลยทีเดียว จาก Downtown เราออกจาก San Francisco และมุ่งหน้าไปสู่ San Jose เป้าหมายหลักของผมที่เมืองนี้ก็คือ การที่จะได้เห็นบริษัท Google นั่นเอง ซึ่งก็ไม่มีอะไรมากมาย เพราะแน่นอนว่าเค้าไม่ให้คนภายนอกเข้าไปภายในบริษัท ดังนั้นเราดึงได้แต่มองดูจากด้านนอกและถ่ายรูปคู่กับป้าย Google เท่านั้น จาก San Jose เราขับรถยาวลงไปถึงเมืองริมชายฝั่ง Monterey เพื่อที่จะพักที่นี่หนึ่งคือ ก่อนที่จะขับรถยาวเรียบชายฝั่งกลับไปยัง Los Angeles 7th DayJan 3, 2008วันสุดท้ายของการเดินทาง พวกเราจะต้องมุ่งหน้ากลับไปยัง Los Angeles เสียแล้ว แต่วันนี้จะเป็นการขับรถเรียบริมชายฝั่งเพื่อที่จะชมความงามของทะเลไปตลอดทาง แต่ท้องฟ้าวันนี้ช่างไม่เป็นใจเอาซ่ะเลยเพราะเมฆตั้งเค้าเต็มฟ้าตลอดเวลา บดบังแสงจากดวงอาทิตย์ ทำให้ภาพชายฝั่งที่เห็นดูหม่นหมองไม่น่าดูเอาซ่ะเลย แต่ก็ยังมีบางช่วงที่ยังพอมีแสงลอดลงมาให้เราได้ถ่ายรูปกันบ้าง West Coastไม่ไกลจาก Monterey นัก เราขับรถเข้าไปชมวิวในถนนที่เรียกว่า 17 Mile Dr ด้วยความที่เมฆตั้งเค้า คลื่นที่นี่เลยดูแรงและเกรี้ยวกราดอย่างมาก แต่ไม่น่าเชื่อว่าก็ยังมีคนลงไปเล่น Surf ท้าคลื่นอยู่ในทะเล เราหยุดถ่ายรูปกันริมหาดเป็นพักๆ ทะเลที่นี่ถึงแม้จะสวยเทียบไม่ได้เลยกับทะเลบ้านเรา แต่ก็ยังมีมุมให้ถ่ายรูปอยู่บ้าง หลังจากที่เราออกจากหาดแห่งนี้ท้องฟ้าก็ไม่เป็นใจให้ถ่ายรูปอีกเลยเพราะว่าฝนลงเม็ดตลอดเวลา ดังนั้นเราจึงต้องมุ่งหน้ากลับ Los Angeles ด้วยบรรยากาศที่หม่นหมองเป็นอันปิดการเดินทางเจ็ดวันในทริปที่สอง เจ็ดวันของการท่องเที่ยวตามริมชายฝั่งตะวันตกของ California ผมเองได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ บรรยากาศชีวิตของผู้คนในแถบนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว วันที่สนุกสนานที่สุดคงเป็นวันที่ผมได้ไปเล่น Snowboard เพราะว่าสำหรับผมแล้ว มันเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่สุด ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรต่างๆเพิ่มขึ้นอีกมากมาย แน่นอนว่าโอกาสหน้าที่พวกเราจะไปเล่น Snowboard กัน ผมคงไม่พลาดอย่างแน่นอน แต่ในที่สุดเทศกาลแห่งการท่องเที่ยวก็สิ้นสุด พวกเราทุกคนก็กลับมาพักผ่อนที่บ้านของตัวเองใน Los Angeles ตัวผมเองนั้นยังมีเวลาอีกประมาณอาทิตย์กว่าก่อนที่จะเปิดเทอม ก็คงมีเรื่องที่จะต้องทำไม่มากก็น้อย แต่ก่อนอื่นผมก็ต้องนั่งรวมรูปที่ไปถ่ายมาทั้งหมดเสียก่อน นับไปนับมาแล้วรวมสองทริปผมมีรูปทั้งหมด 2,212 รูป ถ้ารวมกับกล้องของคนอื่นอีกคงมีมากมายมหาศาล รูปเหล่านี้คงจะช่วยเก็บความทรงจำและประสบการณ์ของการเดินทาง 12 คืน 13 วันครั้งนี้ของผมไว้ เผื่อในอนาคตผมจะหันย้อนกลับมาดูมันอีกครั้งหนึ่ง
|